ผู้ให้บริการจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ มารู้จักกับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์กันก่อนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ก็ไม่ต่างไปจากจดหมายทั่ว ๆ ไป คือ จะต้องมีผู้ให้บริการ ซึ่งเปรียบเทียบแล้วก็ที่ทำการไปรษณีย์นี่เอง เป็นผู้จัดการส่งหรือรับจดหมายให้เรา ผู้ใช้งานจะต้องมีที่อยู่ของตนเองกับผู้ให้บริการนั้น ๆ ซึ่งสามารถขอได้ บางที่อาจจะมีค่าบริการ แต่สำหรับของไทยมีฟรีหลายที่ การขอที่อยู่ส่วนใหญ่มักเรียกกันว่า อีเมล์แอดเดรส (E-mail Address) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อีเมล์ (E-mail) เพื่อใช้ในการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิก
เว็บไซต์ที่ให้บริการ
1. www.hotmail.com
เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไทยได้
เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไทยได้
2. www.yahoo.com
เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไทยได้
เป็นเว็บไซต์ของต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาสามารถใช้งานภาษาไทยได้
3. www.chaiyo.com
เป็นผู้ให้บริการในประเทศไทยสำหรับคนไทย ออกแบบหน้าจอเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ง่าย
4. www.thaimail.com
เป็นผู้ให้บริการในประเทศไทยสำหรับคนไทย ออกแบบหน้าจอเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ง่าย
เป็นผู้ให้บริการในประเทศไทยสำหรับคนไทย ออกแบบหน้าจอเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ง่าย
โปรโตคอลสำหรับรับส่งอีเมล
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกันเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีหลายมาตรฐานหลายยี่ห้อ แต่ก็สามารถจะทำงานร่วมกันได้อย่างดี การที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพราะมีการใช้โปรโตคอลมาตรฐานที่มีข้อกำหนดให้ทำงานร่วมกันได้สมมุติว่าเราใช้อินเทอร์เน็ตผู้ใช้พีซีทำหน้าที่เป็นไคลแอนต์ (Client) สามารถเชื่อมต่อไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server) บนเครือข่าย การทำงานของพีซีที่เชื่อมต่อร่วมกันเซิร์ฟเวรอ์ ต้องใช้โปรโตคอลเพื่อประยุกต์ใช้งานรับส่งข้อมูลตัวอย่างเช่น เมื่อใช้บราวเซอร์ (Browser) อย่างโปรแกรม เช่น Netscape หรือ Internet Explorer เรียกดูข้อมูล โปรแกรมบราวเซอร์ดังกล่าว จะใช้โปรโตคอล HTTP-Hypertext Transfer Protocol ซึ่งโปรโตคอลนี้ทำให้เซิร์ฟเวอร์ส่งข้อมูลมาให้บราวเซอร์ตามต้องการ และบราวเซอร์จะนำข้อมูลมาแสดงผลบนจอภาพได้อย่างถูกต้อง มาตรฐานและรูปแบบการรับส่งข้อมูลจึงต้องได้รับการกำหนดและเป็นที่ยอมรับระหว่างกันการติดต่อระหว่างบราวเซอร์กับเซิร์ฟเวอร์ย่อมต้องเปิดช่องสื่อสารระหว่างกันช่องสื่อสารทั้งสองฝั่งมีช่องหมายเลขกำกับ ซึ่งเราเรียกว่า "พอร์ต (Port)" และพอร์ตนี้ได้รับการกำกับดูแลด้วยโปรโตคอลหนึ่งที่มี ชื่อว่าTCP (Transfer Control Protocol) TCP จึงทำให้เครื่องเซิร์ฟเวอร์บริการไคลแอนต์ได้หลาย ๆ ไคลแอนต์พร้อมกันในเวลาเดียวกัน เมื่อผู้ใช้ทางฝั่งไคลแอนต์ใช้โปรแกรมแบบมัลติทาสกิ้ง (Multitasking) เช่น วินโดว์95ก็สามารถเปิดหลาย ๆงานบนเครื่องเดียวกัน เพราะผ่านพอร์ตต่างกันคอมพิวเตอร์กับคอมพิวเตอร์ในระดับOS จึงมีการกำหนดหมายเลขพอร์ตเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างกันได้ การเชื่อมระหว่างกันจึงทำได้ในลักษณะเครือข่ายที่เชื่อมโยงผ่านถนนสายเดียวกันการที่คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งส่งข้อมูลไปยังอีกเครื่องหนี่งได้ถูกต้องเพราะมีโปรโตคอลที่ใช้ในการหาตำแหน่งซึ่งในกรณีนี้ใช้โปรโตคอลอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล หรือที่เรียกว่า IP (Internet Protocol) ส่วน IP นี้มีการกำหนดแอดเดรสของคอมพิวเตอร์ที่เราเรียกว่า ไอพีแดเดรส(IP Address) อีกต่อหนึ่งหากนำการประยุกต์อื่นมาพิจารณา เช่น การรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์บนเครือข่าย ผู้เขียนจดหมายใช้โปรแกรมเอดิเตอร์ (Editor) เขียนจดหมายเมื่อเขียนเสร็จแล้วมีการจ่าหน้าถึงแอดเดรสปลายทาง ข้อความหรือจดหมายฉบับนั้น จะรับส่งกันด้วยโปรแกรมรับส่งเมล์ (Sendmail Program)โปรแกรมนี้ใช้โปรโตคอลมาตรฐาน ชื่อ SMIP - Simple Mail Transfer Protocol ลักษณะการรับส่งในระดับ SMTP มีการกำหนดให้เครื่องใดเครื่องหนึ่งเชื่อมกับเครื่องอื่น ในฐานะที่เป็นตัวแลกเปลี่ยนจดหมายหรือที่เรียนว่า Mail Exchange ตัวแลกเปลี่ยนจดหมายจะตรวจสอบแอดเดรสของจดหมาย และนำส่งต่อกันจนถึงปลายทางเช่นเดียวกับการประยุกต์อื่น การรับส่งจดหมายระหว่างเครื่องจะเปลี่ยนจดหมายให้อยู่ในรูปแพ็กเก็ต ระดับTCP และเปิดพอร์ตระหว่างเครื่องให้เชื่อมโยงกัน การเชื่อมระหว่างพอร์ตใช้วิธีนำข้อมูลใส่ในแพ็กเก็ต IP แล้วส่งด้วยโปรโตคอล IP ต่อไปปัจจุบันมีโปรโตคอลในระดับประยุกต์ใช้งานมากมาย ผู้พัฒนาการประยุกต์จะกำหนดขึ้นมา และถ้ายอมรับและใช้กันอย่างกว้างขวางก็จะเป็นมาตรฐาน เช่น การโอนย้ายแฟ้มระหว่างกัน ใช้โปรโตคอบชื่อ FTP - File Transfer Protocol การโอนย้ายข่าวสารระหว่างกันก็ใช้โปรโตคอลชื่อ NNP - Network News Transfer Protocol ยิ่งในตอนหลังมีการประยุกต์ทางด้านมัลติมีเดียมากขึ้นจึงมีการกำหนดโปรโตคอล สำหรับการประยุกต์นั้น ๆ เช่น การส่งสัญญาณเสียงการส่งวีดีโอ การทำวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ การสร้างอนเทอร์เน็ตโฟน ฯลฯ
นอกจากโปรโตคอลระดับประยุกต์แล้ว การดำเนินการภายในเครือข่าย ยังมีโปรโตคอลย่อยที่ช่วยทำให้การทำงานของเครือข่ายมีประสิทธิภาพขึ้น โดยที่ผู้ใช้ไม่สามารถสังเกตเห็นได้โดยตรงอีกมากมาย อาทิเช่น ภายในเครือข่ายมีอุปกรณ์สื่อสารประกอบอยู่มากมาย เช่น มีเราเตอร์ สวิตชิ่งต่าง ๆ และมีการเชื่อมโยงอุปกรณ์เหล่านั้นในเครือข่าย ทั้งที่อยู่ในองค์กรและต่างองค์กร อุปกรณ์เหล่านี้จะมีการรับส่งข้อมูลระหว่างกันเพื่อหาเส้นทางที่เหมาะสมมีการสอบถามข้อมูลกันตัวอย่างโปรโตคอลที่ใช้ในการทำเส้นทาง เช่น RIP - Routing Information Protocol,OSPF - Open Shortest Path First, BGP - Border Gateway Protocol เป็นต้นโปรโตคอลกลุ่มนี้เป็นการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างอัตโนมัติ ทั้งนี้เพราะ เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีลักษณะที่ไม่คงที่ตลอดเวลา เช่น ถ้ามีอุปกรณ์หนึ่งเสียงก็จะหาเส้นทางใหม่ที่เหมาะสมได้นอกจากนี้ยังมีโปรโตคอลที่สำคัญสำหรับการสอบถามข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่มีประโยชน์มาก โปรโตคอลนี้มีชื่อว่า ICMP - Internet Control Message Protocol เช่น ถ้าต้องการอยากรู้ว่าอุปกรณ์นี้ยังเชื่อมต่ออยู่ในเครืองข่ายหรือไม่ ก็ใช้ ICMP สอบถามดูได้เช่นกันจะเห็นได้ชัดว่า การใช้ว่าเครือข่ายได้ผลดีในทุกวันนี้ เป็นผลมาจากการพัฒนาโปรโตคอลต่างๆขึ้นใช้งาน และการใช้งาน และการใช้งานอย่างใดอย่างหนึ่งจำเป็นต้องผ่านการใช้งานโปรโตคอลต่างๆหลายโปรโตคอลทำงานร่วมกัน
ประเภทของอีเมล
e-mail มี 3 ประเภท คือ
1. คลิกที่ Inbox เมื่อคลิกแล้วจะได้กรอบ Inbox ดังภาพ
1. POP (Post Office Protocol Version)
POP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Offline Model กล่าวคือเวลาทำงาน E-mail Client จะเชื่อมต่อกับMail Server จากนั้นจะ Download และลบ E-mail ออกจาก Server หรือ Download เพียงอย่างเดียวแล้วทิ้ง E-mail ไว้บน Server ภายหลังจากที่ E-mail ถูก Download มาที่เครื่อง Client เรียบร้อยแล้ว Client จะตัดการเชื่อมต่อออกจาก Server หลังจากนั้น E-mail จะถูก Process ที่เครื่อง Client ทั้งหมด ข้อได้เปรียบของการทำงานแบบนี้ก็คือ Client แต่ละเครื่องใช้เวลาในการเชื่อมต่อกับเครื่อง Mail Server น้อยมากอีกทั้งยังต้องการเนื้อที่เก็บ E-mail บน Server น้อยด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คือไม่สามารถอ่าน E-mail จาก Clientเครื่องอื่นได้อีกหากว่าเรา Set ให้ลบ Mail บน Server หลังจาก Download เสร็จ หรือ ไม่สามารถบอกได้ว่าMail ฉบับไหนเคยอ่านไปแล้วบ้าง หากเรา Set ค่าแบบ ให้ทิ้ง E-mail ไว้บน Server อีกประการหนึ่งคือเครื่อง Client จะต้องมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากเป็นผู้ Process E-mail ด้วยตนเอง
2. IMAP (Internet Message Access Protocol Version)
IMAP จะมีการทำงานในแบบที่เรียกว่า Online Model ผสานกับ Disconnected Model กล่าวคือ การจัดการและการ Process E-mail ทั้งหมดจะถูกจัดการที่ Server เพียงอย่างเดียว Client มีหน้าที่เพียงแค่อ่าน E-mailหรือส่งคำสั่งไป Process E-mail บน Server เท่านั้น แบบนี้มีข้อดีก็คือท่านสามารถอ่าน E-mail จากที่ใดก็ได้ เนื่องจาก E-mail จะถูกเก็บอยู่ใน Server เสมอ และจะมีสถานะบอกด้วยว่า E-mail ฉบับใดมาใหม่ ฉบับใดมีการอ่านหรือตอบกลับไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ Server จะต้องเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง และในระหว่างการอ่านหรือ Process E-mail เครื่อง Client จะต้องเชื่อมต่อกับ Server ตลอดเวลา ดังนั้นจึงทำงานได้ช้ากว่าแบบ POP
3. WEB Based
Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com, chaiyo.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางเว็บบราวเซอร์ เช่น Internet Explorer, Firefox ก็สามารถเข้าเช็คอีเมล์หรือเขียนอีเมล์ได้อย่างสะดวก ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเสมอไป เพราะโปรแกรมอีเมล์ดังกล่าวได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี Web-based Application ที่ใช้โปรแกรมเว็บบราวเซฮร์เป็นเครื่องมือในการเปิดโปรแกรมใช้งาน จึงทำให้โปรแกรมอีเมล์สามารถทำงานได้เหมือนกับการเข้าไปดูเว็บไซต์ทั่วไป
ขั้นตอนการขอใช้บริการอีเมล
1. ทำการของบัญชีผู้ใช้งานที่สำหนักคอมพิวเตอร์(ระบบจะทำการสร้างบัญชีผู้ใช้งานจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ที่ ๆ ต้นชั่วโมง ดังนั้น ถ้าขอบัญชีตอน 11:05 จะสามารถใช้งานได้ในเวลาประมาณ 12:10 เป็นต้น)
2. ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานของสำนักคอมพิวเตอร์
2. ทำการเปลี่ยนได้ที่เครื่องที่สำนักคอมพิวเตอร์ให้บริการโดยการกด Ctrl + Alt + Del แล้วเลือก Change Password
-โดยอีเมล์จะเป็น รหัสนิสิต@live.buu.ac.th
-รหัสผ่านจะเป็น รหัสผ่านที่นิสิตกำหนดขึ้นมา
การเขียนและการส่งจดหมาย
1. คลิ๊ก Compose บนแถบเมนูหลัก.
2. กรองชื่ออีเมล์ของผู้รับในช่อง To . ต้องกรองอีเมล์อย่างน้อย1ชื่อในช่อง.
3. (ข้อกำหนดเพิ่มเติม) กรอกชื่ออีเมล์ของผู้รับท่านอื่นเพิ่มเติมในช่อง Cc และ Bcc . (อะไรคือ Cc และ Bcc?)
4. (ข้อกำหนดเพิ่มเติม) กรอกชื่อหัวข้อจดหมายในช่อง Subject .
5. เขียนข้อความจดหมายของคุณลงในช่องขนาดใหญ่.
6. คลิ๊ก Send Message เมื่อคุณเสร็จสิ้นการเขียนข้อความของคุณ. ข้อความยืนยันการส่งจะแสดงขึ้นมาหลังจากจดหมายได้ถูกส่งออกเรียบร้อยแล้ว.
การอ่านจดหมาย
หน้าจอแรกที่ปรากฏคือ INBOX เป็นส่วนที่แสดงรายการจดหมายที่ได้รับ หากหน้าจอของท่านไม่แสดง INBOX ท่านสามารถเปิดหน้าต่างของ INBOX โดยคลิกที่ มุมบนซ้ายของหน้าต่าง
การตอบจดหมาย
ถ้าต้องการตอบจดหมายกลับไปยังผู้ส่งจดหมายนั้น ให้คลิกที่ Reply ( หากมีข้อความเตือนเกี่ยวกับ
Security Information ให้คลิก Continue ) เพื่อเขียนจดหมายตอบ
การส่งต่อจดหมาย
ท่านสามารถส่งต่อจดหมายที่ท่านได้รับไปให้บุคคลอื่นได้ โดยสามารถทำได้ 2 แบบ ได้แก่ส่งต่อจดหมายแบบ Redirect หมายถึง การส่งต่อจดหมายโดยคงชื่อผู้ส่งเดิมไว้ส่งต่อจดหมายแบบ Forward หมายถึง การส่งต่อจดหมายโดยใช้ชื่อผู้ส่งต่อ เนื้อหาของจดหมายที่ส่งต่อสามารถถูกดัดแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือถูกลบออกโดยผู้ส่งต่อได้
การลบจดหมาย
เมื่อท่านใช้บริการรับส่งจดหมาย e-Mail มาถึงระดับหนึ่ง จดหมายจะเต็มกล่องเก็บจดหมาย เมื่อจดหมายเต็มกล่องเก็บแล้วจะส่งผลให้โปรแกรม Mail ไม่ทำงาน การจัดการลบจดหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ขั้นตอนการลบจดหมายมีดังนี้
2. จากนั้นคลิกเครื่องหมายถูกที่กรอบสี่เหลี่ยม ดังภาพ แล้วคลิกปุ่ม Delete ตามลำดับ
3.จดหมายก็จะถูกลบออกจากกล่อง Inbox จดหมายที่ถูกลบออกไปจะถูกนำไปเก็บที่ Trash Can และจะถูกลบโดยอัตโนมัติต่อไป นั้นหมายความว่าหากท่านลบจดหมายผิด ท่านยังสามารถกู้จดหมาย จากกล่อง Trash Can นี้ได้ โดยการ คลิกที่ Trash Can แล้วคลิกเครื่องหมายถูกในกรอบสี่เหลี่ยมหน้าจดหมายที่ต้องการกู้ จากนั้นมาคลิกที่เมนู Recover to Folder แล้วเลือกกล่องจดหมายที่ต้องการกู้ไปเก็บไว้ ดังภาพ











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น